วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สื่อประเภทเสียง

ความหมายและธรรมชาติของเสียง

          เสียง ในภาษาอังกฤษมีใช้กันอยู่หลายคำ ถ้าเป็นเสียงทั่ว ๆ ไป จะเรียกว่าซาวด์ (Sound) ถ้าหมายถึงวิชาที่เกี่ยวกับเรื่องเสียงจะเรียกว่าอะคูสติก (Acoustic) ส่วนเสียงรบกวนจะเรียกว่า นอยส์ (Noise) เป็นต้น
          เสียง เกิดจากการสั่นสะเทือนของมวลอากาศ ซึ่งกระทำโดยแหล่งกำเนิดเสียงนั้น ๆ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเกิดจากการสั่นของวัตถุซึ่งการสั่นนี้จะถูกส่งไปในรูปของคลื่นตามยาวในลักษณะส่วนอัดและส่วนขยายผ่านตัวกลาง ทำให้ประสาทรับเสียงเกิดการได้ยิน
          ดังนั้นธรรมชาติของเสียงจะมีลักษณะเป็นรูปคลื่นซึ่งช่วงคลื่นที่มนุษย์ได้ยิน คือช่วง 20 เฮิร์ตซ์ (Hertz = Hz) ถึง 20,000 Hz เท่านั้น และบางคนจะสามารถได้ยินความถี่สูงที่ต่ำกว่า 20,000 Hz คือ ช่วงความถี่ไม่เกิน 16,000 Hz ด้วยเหตุนี้ระบบการขยายเสียงที่ขยายความถี่เสียงนอกเหนือจากช่วงความถี่ 20 Hz-20,000 Hz จึงเป็นสิ่งไม่จำเป็นใด ๆ นอกจากนี้ยังเกิดผลเสียมากกว่าอีกด้วย

ข้อดีของสื่อประเภทเสียง
1. มีความรวดเร็วในการส่งข่าวสารและข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะห่างไกลเพียงใดก็ตาม
2. ใช้สอนได้หลายวิชา หลายระดับชั้น นับว่าช่วยการศึกษาได้อย่างกว้างขวาง
3. สามารถสร้างบรรยากาศให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกว่าตนเองกำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ
4. มีกำลังหรือพลังที่จะทำให้ผู้ฟังเกิดทัศนคติที่ต้องการได้
5. สามารถสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลได้
6. มีราคาถูก
ข้อจำกัดของวิทยุ
1. เป็นสื่อที่ให้การรับรู้ทางหูอย่างเดียว ซึ่งในบางอย่างผู้ฟังอาจจะเข้าใจยาก
2. เป็นสื่อทางเดียว ผู้ฟังไม่สามารถถามตอบได้ นอกจากฟังเพียงอย่างเดียว





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น